2005/Sep/15

ปอมเปอี

24 สิงหาคม ค.ศ. 79 คือวันที่ทำให้เมืองแฝดปอมเปอีและเฮอร์คิวลาเนียมซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งแคมปาเนียอันงดงาม ภายใต้ร่มเงาของภูเขาไฟขนาดยักษ์ที่กำลังหลับใหลต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว พื้นดินยกระดับ และน้ำพุใต้ดินแห้งเหือด สำหรับวันนี้อาจจะสามารถบอกได้ว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่ทว่าเมื่อ 2,000 กว่าปีก่อนหน้านี้ ปรากฏการณ์เหล่านั้นซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยถึงการเกิดของภูเขาไฟที่หลับใหลมานาน กลับแทบไม่มีส่วนช่วยให้ผู้คนลุกขึ้นมาเตรียมการเพื่อให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติที่ว่านี้เลย

กว่า 1,800 ปีที่ภูเขาไฟเวซูเวียสไม่เคยปะทุ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวเมืองปอมเปอีจะไม่รู้ว่ามันคือภูเขาไฟ จนถึงขั้นที่ว่าในภาษาลาตินไม่เคยมีการบัญญัติศัพท์คำว่าภูเขาไฟนี้มาก่อน แต่การหลับใหลของภูเขาไฟนั้น ยิ่งนานเท่าไหร่การระเบิดของมันก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

แอ่งเก็บแมกม่าเดือดกว้างประมาณสามกิโลเมตรได้ก่อตัวขึ้นภายในภูเขาไฟเวซูเวียส มันถูกกักอยู่ภายในด้วยแมกม่าเก่าที่จุกอยู่ แต่ในที่สุดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากน้ำและก๊าซก็ทำลายจุกลาวานั้น และภูเขาไฟเวซูเวียสก็ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

แต่การระเบิดของภูเขาไฟแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 79 ไม่เหมือนกับการระเบิดของภูเขาไฟที่เราพบเห็นทั่วไป มันไม่มีลาวาหรือลักษณะอื่น ๆ ที่มักจะปรากฏพร้อมกับภูเขาไฟ การระเบิดครั้งนี้เป็นแบบพลิเนียน ซึ่งนับเป็นการระเบิดที่อันตรายและน่ากลัวที่สุด

มันประกอบด้วยก๊าซร้อนจัด แมกม่า และเถ้าถ่านที่ก่อตัวเป็นหอคอยสูงขึ้นไปในท้องฟ้า แมกม่านั้นจะเย็นลงและตกลงมาบนผิวโลกในสภาพหินภูเขาไฟพรุน ซึ่งว่ากันว่าภูเขาไฟเวซูเวียสแห่งนี้จะเกิดระเบิดขึ้นทุก ๆ 2,000 ปี

ทันทีที่หินภูเขาไฟ ก้อนหิน และเถ้าถ่านถูกพ่นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ สภาพกลางวันถูกเปลี่ยนเป็นกลางคืนในชั่วพริบตา หินภูเขาไฟและก้อนหินที่ตกลงมาราวกับสายฝน ค่อย ๆ ทับถมจนเมืองปอมเปอีกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในวันนั้นสิ้นชีวิตลงพร้อม ๆ กัน

สิ่งที่ปะปนมากับหินภูเขาไฟพรุนก็คือก้อนหิน มันเป็นหินเย็นความหนาแน่นสูงซึ่งถูกกระชากออกมาจากด้านในของภูเขาไฟ และถูกพ่นขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศแล้วตกลงมาบนโลกอีกครั้งในสภาพจรวดมรณะที่เดินทางด้วยความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อถึงจุดสุดยอดของการระเบิด แมกม่า เถ้าถ่าน และก๊าซปริมาณมหาศาลถึง 100,000 ตันจะถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟทุก ๆ วินาที และพุ่งขึ้นไปข้างบนด้วยความเร็วเท่ากับเครื่องบินเจ็ทสู่ความสูง 33 กิโลเมตรซึ่งเทียบเท่ากับความสูงของภูเขาเอเวอเรสต์ 3.5 เท่า
แมกม่า ก๊าซ และเถ้าถ่านที่ภูเขาไฟเวซูเวียสพ่นออกมาเหนือแคว้นแคมปาเนียนั้น สามารถคิดเป็นปริมาตรมากกว่าสี่ลูกบาศก์กิโลเมตร และสามารถพบร่องรอยได้ไกลถึงแอฟริกา เถ้าถ่านเหล่านั้นมีจำนวนมากพอที่จะบรรจุลงในลูกบาศก์ที่กว้างยาวสูงด้านละ 2.4 กิโลเมตร

ไม่เพียงเท่านั้นเมืองตากอากาศเฮอร์คิวลาเนียมซึ่งเป็นเมืองคู่แฝดก็ถูกฝังอยู่ใต้หินและเถ้าถ่านภูเขาไฟลึกถึง 25 เมตร ขยายแนวชายฝั่งให้ยาวกว่าเดิมถึงราว 450 เมตร

แต่หากเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนั้นเกิดขึ้นในวันอื่นที่ไม่ใช่วันที่สายลมพัดมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ชาวเมืองปอมเปอีก็คงจะไม่ต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้หรืออาจจะมีหนทางหนีรอดได้มากกว่านี้ เพราะตามปกติสายลมจะพัดไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งคงจะช่วยพัดพาแมกม่าออกไปเหนืออ่าวเนเปิลส์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกบอกเล่าผ่านประสบการณ์ของคนที่เห็นเหตุการณ์ คนที่พยายามหลบหนี และเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ รวมถึงผู้รอดชีวิตรายหนึ่งที่เขียนเล่าเหตุการณ์ไว้ในบันทึกเรื่องราวภัยพิบัติของ ไกอัส พลินิอัส ไมเนอร์ ที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

ย้อนความหลังไปไกลโพ้น "ปอมเปอี-Pompei" เมืองเก่าสมัยกลาง ตั้งอยู่บริเวณภาคใต้ของคาบสมุทรอิตาลี ริมอ่าวเนเปิล เมืองนี้เป็นชุมชนขึ้นมาก่อนคริสต์ศักราช โดยอยู่ใต้อิทธิพลของกรีก ต่อมาราว 80 ปีก่อนคริสตกาลกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนของชาวโรมันหลังตกเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน กระทั่งค.ศ.63 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เมืองรุ่งเรืองสมบูรณ์แบบกลายเป็นซากปรักหักพังทันที

มีบันทึกถึงภัยพิบัติครั้งนั้นว่าเกิดขึ้นเพราะบริเวณที่ตั้งของเมืองเป็นจุดเดียวกับที่ตั้งของภูเขาไฟใต้น้ำชื่อซอมมา นักโบราณคดีเชื่อว่าซอมมาระเบิดครั้งแรกเมื่อ 10,000 ปีที่แล้ว ขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวเนเปิล นอกจากแผ่นดินไหวในค.ศ.63 แล้ว แม่ธรณีบริเวณนี้ยังพิโรธอีกหลายคราตลอดเวลาที่ภูเขาไฟระอุอยู่เนืองๆ ภูเขาไฟเยอะด้วยซี

แล้วก็ถึงครั้งสาหัส เหตุเกิดวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.79 ภูเขาไฟวิซูเวียสระเบิด ลาวาร้อนไฟลุกทะลักโถมกลบพื้นที่เป็นบริเวณกว้างไกล เมืองปอมเปอี เฮอร์คูลาเนียม และสตาบิเอ หายวับ ผู้รอดชีวิตจากลาวามหาประลัยบันทึกเหตุการณ์ผ่านจดหมาย แล้วก็กลายเป็นจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ได้ข้อมูลว่าเมืองปอมเปอียามนั้นมีประชากรประมาณ 20,000 คน ถูกหินไฟเหลวกลบสิ้นชีวิต 2,000 คน.

กว่า 1,500 ปีต่อมามีการขุดซากเมืองและบูรณะเป็นระยะๆ นับจากค.ศ.1748 ตราบจนปี 1860 การขุดสำรวจเริ่มเป็นไปตามหลักวิชาการมากขึ้นด้วยเทคนิคยุคใหม่ทำให้ชาวโลกในปัจจุบันได้มีความรู้ ข้อมูลที่มีค่ายิ่งเกี่ยวกับชีวิตชาวโรมันในศตวรรษที่ 1

เมื่อขุดผืนดินที่ทับถมออกหมดสิ้นก็ได้พบซากเมืองใหญ่โต สร้างด้วยหินแข็งแรง ได้เห็นผังเมือง และภายในกำแพงที่โอบล้อมตัวเมือง มีถนนหนทาง ใจกลางเมืองมีจัตุรัส วิหาร อนุสรณ์สถาน สำนักงานราชการ ตลาด ร้านค้า โรงละคร สนามกีฬา บ้านเรือน และโรงอาบน้ำสาธารณะ รวมทั้งรูปปั้นและสิ่งของ เครื่องใช้เครื่องประดับตกแต่งจำนวนมากมาย เป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแน่ชัดที่สุดเกี่ยวกับโรมันยุคนั้น

หลายจุดแสนเศร้า พบซากชาวปอมเปเอียนและสัตว์เลี้ยงแข็งเป็นหินคงสภาพเกือบทุกประการ รวมถึงความหวาดกลัวต่อความตายที่ยังตราติดอยู่บนดวงหน้า บางซากนั่งเอามือปิดหน้า บางซากซบอยู่กับกำแพง ปอมเปอีจึงได้อีกชื่อว่า "ซากเมืองแห่งความตาย"


ข้อมูลมาจากพี่ jj จากเวบบอร์ดnextstep.com
edit @ 2005/09/15 12:59:42


edit @ 2005/09/15 13:03:29
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณครับ ที่หาเรื่องดี ๆ มาให้อ่าน คราวนี้เมืองปอมเปอีซะด้วย
น่าสนใจมากๆ
ติดตามอ่านอยู่นะค่ะ
#2  by  kororo At 2005-09-15 13:37, 
นึกถึงเรื่องที่พบซากเตาอบที่มีขนมปังยังอยู่ข้างในของเมืองปอมเปอีเลย
น่าเศร้าตรงที่เรื่องนี้กะทันหันมาก ๆ ..

ขอบคุณครับ
#3  by  dionysos.exe At 2005-09-15 20:44, 
เคยเห็นใน Discovery น่าสงสารมากๆเลย
#4  by  uregus At 2005-09-27 17:38, 
#5  by   (203.172.220.65) At 2006-07-05 14:01, 
eee
#6  by  ee (203.114.119.199) At 2006-07-15 18:48, 
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#7  by  Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:49, 
I am here to say hello and you have a great site!



#8  by  Robitussin (201.245.163.2 /192.168.254.254) At 2006-09-11 21:32, 
Very interesting and professional site! Good Luck!
#9  by  Halcion (203.113.13.3) At 2006-09-14 21:08, 
#10  by   (203.156.37.82) At 2006-10-29 11:21, 
#11  by   (203.156.37.82) At 2006-10-29 11:21, 
#12  by   (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:20, 
ดีจัง
#13  by  ่kororo (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:21, 
#14  by   (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:21, 
#15  by   (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:21, 
ชอบมากเลยแต่น่าสงสารชาวเมืองนะ
#16  by  kororo (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:22, 
ขอบคุณที่อ่านครับ
#17  by  jj (125.25.43.50) At 2006-10-30 20:23, 
Hello.Thanks so much.
#18  by  Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:33, 
คนทำเก่งมากกกกก
#19  by  โต (61.47.17.22) At 2006-11-20 17:53, 
#20  by  ศุภสิทธิ์ (203.121.131.3 /61.47.30.18) At 2006-12-07 16:18, 
ไม่ดี
#21  by  oot (203.113.17.134) At 2006-12-25 12:20, 
น่าสงสารชาวปอมเปอี ที่ถูกฝังทั้งเป็น
#22  by  123 (58.8.124.140) At 2007-02-11 10:35, 
อิอิ
#23  by  บี (58.8.124.140) At 2007-02-11 10:35, 
ดีครับ
#24  by  เวงกำ (125.25.188.63) At 2007-03-14 20:19, 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เป็นข้อมูลที่ดีมากเลย
#25  by  ปิ่น (202.6.107.59 /172.16.115.189, 202.6.107.59, 202.6.107.59) At 2007-04-18 13:18, 
ธรรมชาติยิ่งใหญ่เกินกว่าเราจะเข้าใจและควบคุมได้ทั้งหมด...มีหลายเมืองนะทีถูกลบจากแผนที่โลก แม้ว่าจะมีบันทึกประวัติศาสตร์ถึงความรุ่งเรื่องในอดีต เช่น เมืองโสดม-กมรา เป็นต้น
#26  by   (58.136.229.248) At 2007-05-07 11:21, 
dtydeuyt urw76n yw67uw ey6r3 4rg4r3ju7 yfu6hv dug55796g geyerwedwef ewenwbf ewhdy hehdweyfwyef w hfw fwefhbgwrf wynbr g7ykhfj eejuuhe euf45nh e
#27  by  charoun sxs (213.255.240.68) At 2008-01-27 03:41, 
#28  by   (213.255.240.68) At 2008-01-27 03:42, 
ya hayawan yah gahch
#29  by   (213.255.240.68) At 2008-01-27 03:44, 
อ่านไปแล้วจินตนาการภาพไปด้วย

รู้สึกเศร้าจัง น่าจะมีสิ่งเตือนภัยก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

สงสารคนในสมัยนั้นจัง
#30  by  มนุษย์ปัจจุบีน (125.26.148.47) At 2008-02-27 18:36, 
ปอทเปอีถูกเถ้าหลากกลบทับไม่ใช่หรอ
เพราะในตอนนั้น ชาวปอมเปอีหนีไม่ทัน
#31  by  วิ (125.26.111.184) At 2008-07-29 20:46, 
เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆค่ะ
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#32  by  ดาตูน (61.19.85.53) At 2008-08-04 12:56, 

<< Home